บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก สิงหาคม, 2021

สภาพแสงแบบไหน? ปลูกแล้วงามไว และได้ผลผลิตสูง

รูปภาพ
           บทความนี้นำสาระดีๆมาฝากสำหรับคนที่ชอบปลูกผัก หลายคนอาจสงสัยว่าบางทีเราปลูกผักบางชนิดในที่ต่างกัน ในสภาพแสงที่ต่างกันทำไมการเจริญเติบโตหรือความสวยงามไม่เท่ากัน เหตุผลก็เพราะว่าพืชผักแต่ละชนิดชอบสภาพอากาศและสภาพความเข้มข้นของแสงที่ต่างกัน ซึ่งผมก็ได้รวบรวมข้อมูลและสรุปมาให้ดังนี้ครับ 1. บริเวณพื้นที่แสงแดดน้อย บริเวณที่มีแสงน้อยไปจนถึงแสงรำไร อย่างเช่นข้างบ้านด้านทิศตะวันออก ควรปลูกผักที่ชอบแสงน้อย เช่น สะระแหน่ ใบชะพลู ผักแพว ใบบัวบก เป็นต้น 2. บริเวณพื้นที่แสงแดดปานกลาง คือบริเวณที่มีร่มรำไรไม่ทึบมากมีแสงผ่านได้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ อย่างเช่นใต้ร่มไผ่ที่มีกอโล่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่ปลูกไว้ห่างๆกัน ควรปลูกพืชผักที่ชอบแสงแดดปานกลางค่อนข้างแดดจัด ก็อย่างเช่น  กะเพรา โหระพา แมงลัก ขิง ข่า พริก ใบเตย รวมไปถึงว่านบางชนิดด้วยนะครับ  3. บริเวณพื้นที่แสงแดดจัด แสงแดดจัด คือบริเวณที่มีแสงเต็มวัน ไม่ว่าจะเป็นทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก เป็นมุมที่เหมาะจะปลูกผักไว้รับประทานผล และไม้ผลต่างๆ เช่น มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือพวง ชะอม ตะไคร้ บวบ ขจร  มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว และผักบุ้ง และไม้ผลทุ

4 เคล็ดลับ! ปลูกถั่วให้ติดฝักดก! เก็บผลผลิตได้ยาวนาน

รูปภาพ
     ถั่วเป็นพืชระยะสั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จะให้ผลผลิตประมาณ 45 วันหลังปลูก เมล็ดถั่ว 1 ซอง (ราคา 25 บาท) หากจะปลูกให้ได้กำไรมากกว่า 10 เท่า ของราคาทุน (ราคาเมล็ดพันธุ์) มีเทคนิคง่ายๆดังนี้ครับ 1. ควรเลือกพื้นที่ปลูกที่เป็นดินร่วนปนทราย และเป็นพื้นที่ไม่มีน้ำท่วมขัง 2. แนะนำให้ปลูกด้วยระยะห่าง 1 เมตร (ปลูกหลุมละ 3 เมล็ด) จะได้ประมาณ 37 หลุม  3. ขุดหลุมลึก x กว้างประมาณ 10 cm.รองพื้นหลุมด้วย เปลือกไข่บด + ขี้เถ้าถ่าน (อัตราส่วน 1 กำมือ/หลุม) ดูแลให้น้ำตามปกติ 4. หลังปลูกได้สักระยะคือมียอดสูงประมาณ 1.5 - 2 เมตร ให้ทำการเด็ดยอดหรือตัดยอดออกประมาณ 2 ข้อมือ เพื่อกระตุ้นการแตกยอดและสร้างตาดอกใหม่      เพียงเท่านั้นถั่วในแปลงปลูกของเราก็จะติดฝักดก เก็บผลผลิตได้ยาวนาน และมีกำไรมากกว่า 10 เท่า ของราคาเมล็ดพันธุ์ 1 ซอง (25 บาท) แน่นอนครับ.