บทความ

ไม้พยุง ไม้ยางนา ไม้ป่าเศรษฐกิจ ควรค่าแก่การปลูก

รูปภาพ
สวัสดีครับมิตรสหายที่รักเกษตรทุกท่าน บทความนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ที่เห็นในภาพนี้คือต้นพยุงไทย พยุงจีน และพยุงเวียดนาม ที่ผมได้ปลูกไว้เมื่อปีที่แล้ว ( 10 กรกฎาคม 2561)





 พยุงทั้งสามสายพันธุ์ในภาพ หากดูจากสภาพต้นแล้วก็ไม่ค่อยโตสักเท่าไร เนื่องจากช่วงหน้าแล้งปีนี้ (2562) ทั่วประเทศไทยเรียกได้ว่าประสบกับภัยแล้งที่ค่อนข้างรุนแรง อาจเป็นเพราะผืนป่าในประเทศไทยเราเริ่มเสื่อมโทรม จากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยไม่มีการปลูกทดแทน

ผมเริ่มปลูกไม้เศรษฐกิจเมื่อปี 2561 มีไม้จำพวก ไม้พยุง ไม้ยางนา ไม้มะค่า ไม้ประดู และไม้สัก รวมๆแล้วก็ร่วมพันต้นเหมือนกัน โดยได้เดินทางไปซื้อต้นกล้าที่จังหวัดลำปาง ตอนนั้นได้พยุงไทยติดมาประมาณ 300 ต้น ไม้ยางนาอีกประมาณ 500 ต้น

นี่ก็ผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้ว เดินนับดูไม้ยางนาที่ปลูกไว้เมื่อปีที่แล้วตายเกือบหมด เหลือเพียงไม่กี่สิบต้น แต่ที่รอดมากที่สุดเห็นจะเป็นพยุงไทย และพยุงจีน ส่วนพยุงเวียดนามปลูกไว้เพียง 4 ต้น ก็ถือว่าคุ้มค่า และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แค่นี้ผมก็พอใจแล้วล่ะครับ เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนทำเกษตรผสมผสานชอบปลูกต้นไม้ที่ให้ผลและให้ร่วมเงา ที่เห็นแม้เป็นเพียงต้นกล้…

เตรียมดินอย่างง่ายๆ ด้วยการไถให้ลึก

รูปภาพ
สวัสดีครับมิตรสหายที่รักเกษตรทุกท่าน พอดีช่วงนี้ย่างเข้าหน้าฝน หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตก นั่นก็หมายถึงฤดูแห่งการเพาะปลูกเริ่มเข้ามาแล้ว บทความนี้ผมก็เลยจะมาพูดถึงการเตรียมดินอย่างง่ายที่ผมได้ทดลองมาแล้วและเห็นผลเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก นั่นก็คือการไถดะด้วยผาน 3 ใบครั้งที่ 1 เป็นการปั่นดินรอบแรก เพื่อกำจัดวัชพืชและตากดินไว้ก่อน

พอผ่านไปประมาณ 7 - 10 วันก็ทำการไถแปรด้วยผาน 7 ใบอีกรอบ เพื่อกำจัดวัชพืชต้นเล็กๆที่งอกออกมาใหม่ หรือถ้ามีปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักก็หว่านลงแปลงช่วงนี้ได้เลย หรือจะหว่านก่อนไถด้วยผาน 3 ใบก็ได้การเตรียมดินแบบนี้จะเป็นการตีปั่นธาตุอาหารในดิน ทำให้ดินร่วนซุยรากของพืชกระจายตัวดูดซับธาตุอาหารได้ดี รับรองปลูกอะไรก็งามครับ

7 สายพันธุ์ไผ่เศรษฐกิจ ที่ให้ผลผลิตนอกฤดูกาลได้

รูปภาพ
สวัสดีครับมิตรสหายที่รักเกษตรทุกท่าน สำหรับบทความที่ผมจะนำเสนอในสาระเกษตรดีๆสู่วิถีพอเพียงในวันนี้ ผมขอแนะนำ 7 สายพันธุ์ไผ่เศรษฐกิจที่ให้ผลผลิตนอกฤดูกาลได้ที่ผมได้นำมาปลูกไว้ในสวน ซึ่งภาพต่างๆเหล่านี้ถ่ายช่วงเดือนมีนาคมเป็นช่วงหน้าแล้ง แต่ไผ่เศรษฐกิจเหล่านี้ยังสามารถให้ผลผลิตหน่อไม้สดได้ ถึงแม้จะไม่ได้วางระบบน้ำ ยังออกหน่อให้ได้ชิมไปชมกันเลยครับ

1. ไผ่เป๊าะแม่ตะวอ หรือ ไผ่เป๊าะสาละวิน เป็นไผ่ที่เน้นบริโภคหน่อไม้สด และเน้นใช้ลำในรูปแบบอุตสาหกรรมที่ทำจากไม้ไผ่ เช่น ไม้ตะเกียบ ไม้เสียบลูกชิ้น และเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่รูปแบบต่างๆ เป็นไผ่ที่สามารถให้ผลผลิตนอกฤดูกาลได้

2. ไผ่ซางหม่น หรือไผ่ซางราชินี เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ไผ่ที่กำลังมาแรงเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ เป็นไผ่ที่เน้นใช้ลำมากกว่าการบริโภคหน่อไม้สด เพราะลำไม้ตรงสวยและแกร่งมากสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ทำจากไม้ไผ่ได้สาระพัด แต่หน่อไม้ของไผ่ชนิดนี้ก็มีรสชาติอร่อยไม้แพ้สายพันธุ์ฺอื่น สามารถให้ผลผลิตนอกฤดูกาลได้

3. ไผ่สร้างไพร หรือไผ่เลี้ยงหนัก เป็นไผ่ที่เน้นประโยชน์ฺทางด้านการใช้ลำและบริโภคหน่อไม้สด ลำไม้ตรงสวย เหมาะสำหรับทำแคร่ไม้ไผ่ หน่อไ…

สูตรเร่งราก ฟื้นใบพืชในเวลาสั้นๆ

บทความเกษตรดีๆในวันนี้ผมก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากอีกเช่นเคยนะครับ เป็นเรื่องของการเร่งรากเร่งการเจริญเติบโตของพืชแบบไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เป็นวิธีที่ผมใช้มานานแล้วนั่นก็คือให้เตรียมส่วนผสมดังนี้

1. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1 แก้ว
2. ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ประมาณ 1 ช้อนแกง
3. น้ำ 20 ลิตร
4. บัวรดน้ำ (ที่มีความจุขนาด 20 ลิตร)

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ได้ครบตามนี้แล้วให้นำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง และปุ๋ยผสมลงในน้ำคนให้ละลายทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจากนั้นก็นำไปรดต้นพืชในระยะปลูกใหม่ๆ จะทำให้พืชโตไว มีใบเขียวสดมีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วเห็นผลภายใน 7 วัน เพื่อนๆที่ทำเกษตรลองทำดูนะครับ

วิธีปักชำกิ่งพันธุ์มัลเบอร์รี่ให้รอด 100 เปอร์เซ็นต์

รูปภาพ
สำหรับบทความเกษตรดีๆในวันนี้ ขอแนะนำวิธีปักชำกิ่งพันธุ์มัลเบอร์รี่ให้รอดร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้วยวิธีการง่ายๆไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงทำตาม 4 ขั้นตอนที่ผมจะแนะนำดังต่อไปนี้ได้เลยครับ


1. เลือกกิ่งพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป

2. ริดใบออกให้หมดพร้อมกับตัดยอดทิ้ง

3. ตัดด้วยกรรไกรตัดกิ่งโดยเหลือตาแขนงไว้ท่อนละ 2 ตา จะได้กิ่งยาวประมาณ 10 - 15 เซนติเมตร


4. นำไปปักชำในถุงเพาะชำ (ดินต้องมีความชื้น) ลึกลงไปประมาณ่ 2 ข้อมือ จากนั้นก็นำไปวางไว้ในที่ร่ม อาจเป็นใต้ร่มไม้ หรือใต้แสลนกรองแสง 80 เปอร์เซ็นต์

สุดท้ายก็อย่าลืมรดด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงอัตรา 2-3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร และพยายามรักษาความชื้นให้ตลอด เพียง 5-7 วันยอดอ่อนก็จะโผล่ออกมาให้เห็น หลังจากนั้นก็ดูแลจนกระทั่งมัลเบอร์รี่มียอดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ก็ย้ายออกมาวางไว้กลางแจ้ง เพื่อให้พืชได้ปรับสภาพ ผ่านไปอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็นำลงปลูกได้เลยครับ.

สุดยอดวิธีไลปลวกด้วยน้ำสกัดจากใบไม้สักและใบขี้เหล็ก

รูปภาพ
สาระเกษตรดีๆวันนี้ ผมก็มีสาระเรื่องราวดีๆมาบอกเล่าสูกันฟังอีกเช่นเคยนะครับ เป็นวิธีการไล่ปลวกแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยไม่ต้องเพิ่งสารเคมีแต่อย่างใด ด้วยวัสดุอุปกรณ์ง่ายที่หาได้ในท้องถิ่นของเราเองนั่นก็คือ ใบไม้สักแก่ และใบขี้เหล็กแก่นั่นเองครับ


ในการจัดการปลวกตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านที่บอกเล่าต่อๆกันมา สามารถทำได้ง่ายๆเพียงเรานำใบไม้สักแก่และใบขี้เหล็กแก่อัตราส่วนเท่าๆกันมาต้มให้เดือดจนน้ำกลายเป็นสีน้ำตาล

ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะได้สารสกัดที่เข้มข้นจากสมุนไพรธรรมชาติ

จากนั้นก็นำไปเทราดโคนเสาไม้ที่ปลวกเข้าทำลายหรือจะเทใสรังปลวกเลยก็ได้ ทำซ้ำกันประมาณสัปดาห์ละครั้งจนแน่ใจว่าปลวกย้ายหนีไปที่อื่นแล้ว เพียงเท่านี้เสาบ้านเสาเรือนของเราก็จะไม่มีการเข้าทำลายจากปลวกอีกต่อไปครับ.

สุดยอดวิธีปักชำกิ่งชมพู่ให้รอด 100 เปอร์เซ็นต์

รูปภาพ
สาระเกษตรดีๆพร้อมนำเสนอในบทความนี้เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชอย่างง่ายๆครับ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "การควบแน่น" เป็นการเก็บรักษาความชื้นให้รากพืชเดินเต็มพร้อมปลูก วิธีการก็สามารถทำได้ง่ายๆครับ เพียงเรานำดินที่มีความชื้นประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์มาบรรจุใส่ในแก้วพลาสติกขนาด 10 ออนซ์โดยประมาณ  จากนั้นก็นำกิ่งพันธุ์พืชที่จะทำการปักชำแบบควบแน่น (ตัดยาวประมาณ 10 เซนติเมตร) มาเสียบลงในแก้วพลาสติกบรรจุดินที่เตรียมไว้ ทำการห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใส รัดด้วยหนังยาง เพื่อเก็บรักษาความชื้นจะได้ไม่ต้องรดน้ำ เสร็จแล้วให้นำไปวางไว้ในที่ร่มรำไร อาจเป็นใต้ต้นไม้ หรือใต้แสลนกรองแสง พยายามอย่าให้โดนแสงแดดจัด ผ่านไปประมาณ 10 วัน ถ้าต้นตอยังสดใบยังเขียวอยู่นั่นแสดงว่า รอดร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ..หากมีข้อสงสัยสามารถศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดในคลิปวีดีโอนี้ได้เลยนะครับ